การวิจัยเรื่องการศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่
Smart Farmerกรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่
Smart
Farmer ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
2.
นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานสำนักงาน
กศน. ประจำปีงบประมาณ 2561
3.
แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2559)ของ กศน.อำเภอแม่วางจังหวัดเชียงใหม่
4.
การจัดหลักสูตรตามแนวคิดของจอห์น
ดิวอี้ (John
Dewey)
5.
แนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินงาน Smart Farmer
6.
ทฤษฎีระบบ (System
Theory)
7.
เทคนิควิธีและเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
7.1
การสนทนากลุ่ม
7.2
การสังเกต
7.3
การสัมภาษณ์
8. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
จำเริญ
มูลฟอง (2559:
บทสรุปผู้บริหาร) ได้ศึกษา เรื่อง
รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบล ที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ Mobile
- Learning อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)
ศึกษาสภาพการใช้ Mobile Learning
ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบล 2)
พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบลที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ Mobile
Learning และ 3)
ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบลที่มีประสิทธิภาพ
โดยใช้ Mobile Learning ที่พัฒนาขึ้น
ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 พบว่า
ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบล ที่มีประสิทธิภาพ
โดยใช้ Mobile Learning พบว่า
รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบล ที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ Mobile
Learning อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
เป็นรูปแบบที่ดำเนินการตามหลักการของการใช้ทฤษฎีระบบ (System Theory) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ
1)
ปัจจัยนำเข้า (Input) ถือเป็นขั้นตอนแรกของการดำเนินการ
โดยการศึกษาสภาพการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบโดยใช้ Mobile Learning ว่าสถานศึกษามีการกำหนดนโยบายในการจัดการศึกษา
การเตรียมความพร้อมของบุคลากร การจัดสรรงบประมาณสนับสนุนวัสดุ
อุปกรณ์ในการจัดการศึกษา ครูมีการวิเคราะห์ผู้เรียนวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา
(เนื้อหา) ว่ามีความง่าย ปานกลาง หรือยาก
และวิเคราะห์การจัดการเรียนรู้ว่าเนื้อหาใดเหมาะสมกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง พบกลุ่ม
สอนเสริม โครงงาน หรือเรียนรู้ด้วยวิธีอื่น ๆ ครูจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ตลอดจนออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ (ออกแบบกิจกรรม) คือ เว็บบล็อก
พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการวัดผลและประเมินผล ทั้งวิธีการวัดผลและประเมินผลการสร้างเครื่องมือวัดผลเช่น
แบบทดสอบ ใบงาน เป็นต้น และกำหนดวิธีการหรือขั้นตอนการจัดการศึกษา โดยใช้ Mobile
Learning
2)
กระบวนการ (Process)
เป็นขั้นตอนของการชี้แจงทำความเข้าใจให้กับผู้เรียนในการเรียนรู้ โดยใช้
Mobile Learning รวมถึงจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ Mobile
learning ให้แก่นักศึกษา กศน.
3)
ผลผลิต (Output) เป็นการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เรียนรู้ผ่าน Mobile
Learning ได้แก่ ทดสอบก่อนเรียน ทดสอบหลังเรียน
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
ประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ Mobile Learning
ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุง แก้ไข
และพัฒนาการจัดการศึกษาตามรูปแบบดังกล่าว
ทั้งนี้มีกลไกควบคุมคือ
ผู้บริหารมีการนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ Mobile Learning ของครู และครูคอยให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา แนะนำ และติดตามการเรียนของผู้เรียน
เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผลผลิตกับจุดมุ่งหมายไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้จะนำข้อมูลป้อนกลับไปสู่การปรับปรุงกระบวนการและตัวป้อน
จนกว่าจะได้รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ โดยใช้ Mobile Learning
ที่มีประสิทธิภาพ จากการทดลองการใช้รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบนี้
พบว่าเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น
และมีความพึงพอใจในระดับมาก สามารถนำรูปแบบไปใช้จริงในสถานศึกษา
พันธณีย์
วิหคโต (2545, บทคัดย่อ) ศึกษาวิจัยเรื่อง
การวิจัยติดตามและประเมินผลการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนนำร่อง
มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1)
เพื่อศึกษาการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนนำร่อง
และ 2)
เพื่อศึกษาปัญหาการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนนำร่อง
ผลการวิจัยพบว่า
ในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรโรงเรียนนำร่องส่วนใหญ่ใช้วิธีการประชุมชี้แจง
อบรมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเข้าใจและตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และมีการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ปกครอง
นักเรียนและชุมชนรับรู้
และขอความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตรด้วยวิธีการประชุมชี้แจงและแจกเอกสารเผยแพร่
พบว่า บุคลากรของโรงเรียนส่วนใหญ่มีความรู้
ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก ปัญหาที่พบในการดำเนินงานส่วนใหญ่
คือ ระยะเวลาไม่เพียงพอในการจัดทำ การขาดอัตรากำลัง บุคลากรไม่เพียงพอ
และขาดความรู้ความเข้าใจ ความไม่ชัดเจนในการดำเนินงานบางเรื่อง
ภัทรา
โง้วอมรากรณ์ (2557, บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการบริหารหลักสูตร ซึ่งมีวัตถุประสงค์
ดังนี้ เพื่อศึกษาสภาพการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนที่ได้รับรางวัลพระราชทานระดับประถมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร
พบว่า 1) ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาหลักสูตร กำกับ ติดตาม
และนิเทศการใช้หลักสูตรและมีการประเมินการใช้หลักสูตรโดยนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรทุกปีการศึกษา
2) ครูผู้สอนวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล
นำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาพัฒนานักเรียนวางแผนและเตรียมการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์
และลงมือปฏิบัติ 3) ผู้บริหารส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวัดประเมินผล
รายงานผลการประเมิน และนำผลการประเมินมาพัฒนานักเรียน 4)
ผู้บริหารจัดบริการและส่งเสริมให้ครู ผลิต แลกเปลี่ยน
และเพิ่มพูนความรู้ในการใช้สื่อการเรียนรู้ 5)
ครูผู้สอนจัดกิจกรรมตามความสนใจของนักเรียน เพื่อพัฒนาทักษะและส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตลอดจนจัดบริการเพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหานักเรียน 6) ผู้บริหาร ครูผู้สอน
และบุคลากร ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน
และจัดกิจกรรมให้ตอบสนองต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยจัดเป็นโครงการและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน
รังสันต์ โยศรีคุณ (2556, สรุปผลการวิจัย) ได้ศึกษาเรื่อง การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาใน
3 ด้าน คือ ด้านการส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำและใช้หลักสูตรสถานศึกษา ด้านการจัดทำและใช้หลักสูตรสถานศึกษา
และด้านการกำกับดูแลคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษาของสถานศึกษษขั้นพื้นฐานองค์การส่วนจังหวัดชัยภูมิ
และเพื่อเปรียบเทียบระดับการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาใน 3 ด้าน
จำแนกตามสถานภาพของบุคลากรและขนาดของสถานศึกษา จากข้อค้นพบจากงานวิจัย มีข้อเสนอแนะในการนำไปใช้
ดังนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ควรมีฝ่ายประสานงานนิเทศและแนะนำในการจัดทำและการใช้หลักสูตร
มีการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาในระดับจังหวัด
เพื่อดำเนินการตามความต้องการเป็นการประหยัดงบประมาณ เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้เข้ารับการอบรม
สถานศึกษาควรมีการร่วมกันจัดทำหลักสูตร
โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่มสาระให้คำแนะนำ และนำหลักสูตรไปใช้ในสถานศึกษา
พร้อมทั้งจัดอบรมให้ความรู้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการใช้หลักสูตรอย่างต่อเนื่อง
มีการประเมินการใช้หลักสูตรทุกกลุ่มสาระ ในแต่ละภาคเรียน/ปีการศึกษา
และนำผลการประเมินไปปรับปรุง แก้ไขและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
รวมถึงผู้บริหารควรมีนิเทศ ติดตามการใช้หลักสูตรอย่างต่อเนื่องดูแลเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (2551, บทคัดย่อ)
ได้ทำการวิจัยเรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
มีวัตถุประสงค์ดังนี้
เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์ภูมิปัญญาท้องถิ่นกัยการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนจากเอกสารรายงานและผลการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา
ด้านการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพบรรลุตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร
ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้สอดคล้องและตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่น
โดยให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมด้วยการเชิญผู้รู้มาร่วมในการพัฒนาหลักสูตรและสอนนักเรียน
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
พอจะสรุปเป็นแนวคิดและหลักการนำไปสู่การกำหนดกรอบแนวคิดการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่
Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน. อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้วิจัยจะดำเนินการศึกษาสภาพการดำเนินงานการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่
Smart Farmer
ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ กศน. อำเภอแม่วาง โดยนำแนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินงาน
Smart Farmer ทฤษฎีระบบ
ตลอดจนการจัดหลักสูตรตามแนวคิดของจอห์น ดิวอี้ มาใช้ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้
เพื่อนำสู่การสรุปเป็นแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart
Farmer ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงวิธีการและขั้นตอนการดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่
Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1)
ด้านการบริหารจัดการ 2) ด้านหลักสูตรและเนื้อหา 3) ด้านผู้สอน 4)
ด้านวิธีการจัดการเรียนรู้ 5) ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 6)
ด้านการวัดผลและประเมินผล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น