วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

การรายงานครั้งนี้เป็นการรายงานผลการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสรุปผลได้ดังนี้

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.      ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้บริหารสถานศึกษา ครู กศน. ภาคีเครือข่าย และผู้เรียน กศน. ของ กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 45 คน ประกอบด้วย
1.1     ผู้บริหาร กศน.อำเภอแม่วาง จำนวน 1 คน
1.2     ครู กศน. จำนวน 15 คน
1.3     ภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรม จำนวน 5 คน
1.4     ผู้เรียน กศน.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ลงทะเบียนเรียนแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 24 คน
2.      กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากสถานศึกษาที่มีความพร้อมและดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านเกษตรกรรมที่ชัดเจน และมีแนวโน้มที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีในการขยายผล จำนวน 24 คน ประกอบด้วย
2.1     ผู้บริหาร กศน.อำเภอแม่วาง จำนวน 1 คน
2.2     ครู กศน. ที่จัดการเรียนการสอนรายวิชาข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet (อช33387) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561  จำนวน 8 คน
2.3     ภาคีเครือข่าย จำนวน 3 คน ได้แก่
1)    ตัวแทนบริษัทซันสวีท จำกัด จำนวน 1 คน
2)    ตัวแทนหน่วยงานด้านการเกษตรที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน จำนวน 1 คน
3)    ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรมที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน จำนวน 1 คน
2.4     ผู้เรียน กศน.ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ลงทะเบียนเรียนแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 12 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ๑) แบบสังเกตการจัดกระบวนการเรียนรู้ เป็นแบบสังเกตแบบมีโครงสร้าง และ ๒) ประเด็นคำถามในการสนทนากลุ่ม

การเก็บรวบรวมข้อมูล
ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้
1.       ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมของ กศน.อำเภอแม่วาง พร้อมทั้งวิเคราะห์ประเด็นสำคัญตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
2.       ดำเนินการจัดสนทนากลุ่ม โดยใช้ประเด็นการสนทนากลุ่มที่สร้างขึ้นกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 24 คน ได้แก่ ผู้บริหาร กศน.อำเภอ จำนวน 1 คน ครู กศน. จำนวน 8 คน ภาคีเครือข่าย จำนวน 3 คน และผู้เรียน กศน. จำนวน 12 คน คณะผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลในพื้นที่ด้วยตนเองโดยใช้ประเด็นการสนทนากลุ่มที่สร้างขึ้นโดยแบ่งระยะเวลาในการจัดสนทนากลุ่มเป็น 3 ครั้ง
3.       สังเกตการจัดกระบวนการเรียนรู้ของ โดยการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมในการจดกิจกรรมการเรียนรู้กับกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ โดยใช้แบบสังเกตแบบมีโครงสร้างที่สร้างขึ้น
4.       สัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างกับกลุ่มตัวอย่างในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมตามประเด็นที่ศึกษา
5.       บันทึกข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเอกสารเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมของ กศน.อำเภอแม่วาง การสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่มให้ครอบคลุมทุกประเด็น
6.       นำข้อมูลการศึกษาเอกสารเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมของ กศน.อำเภอแม่วาง การสังเกตการจัดกระบวนการเรียนรู้ การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างและการสนทนากลุ่มมาวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลการวิจัย
7.       จัดทำรายงานผลการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

การวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวิจัยครั้งนี้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยนำข้อมูลจากการศึกษาเอกสารเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมของ กศน.อำเภอแม่วาง การสังเกตการจัดกระบวนการเรียนรู้ การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างและการสนทนากลุ่มมาวิเคราะห์เนื้อหา ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนตามประเด็นที่ศึกษาและสังเคราะห์เพื่อสรุปเป็นแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามองค์ประกอบที่สำคัญ 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ด้านการบริหารจัดการ 2) ด้านหลักสูตรและเนื้อหา 3) ด้านผู้สอน 4) ด้านวิธีการจัดการเรียนรู้ 5) ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 6) ด้านการวัดผลและประเมินผล

ผลการวิจัย
จากการดำเนินการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ผลการวิจัยดังนี้
กศน.อำเภอแม่วาง ได้ดำเนินการจัดแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ บริษัท ซันสวีท จำกัด สำนักงานเกษตรอำเภอแม่วาง ภูมิปัญญาด้านการเกษตรในพื้นที่อำเภอแม่วาง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยร่วมกันพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกของแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานให้มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ และบริบทของพื้นที่ รวมถึงและสอดคล้องกับคุณสมบัติของ Smart Farmer ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า สถานศึกษามีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมชัดเจน สามารถสรุปเป็นแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ กศน.อำเภอ ตามองค์ประกอบที่สำคัญ 6 องค์ประกอบ ดังนี้
1.      ด้านการบริหารจัดการ
1.1         สถานศึกษามีการกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงาน กศน. และการปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินงานตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เกี่ยวกับหลักสูตรรายวิชาเลือก
1.2         สถานศึกษามีการประสานภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยร่วมกันพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกของแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานให้มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ และบริบทของพื้นที่ รวมถึงและสอดคล้องกับคุณสมบัติของ Smart Farmer
1.3         สถานศึกษามีการจัดสรรงบประมาณและขอรับงบประมาณสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย
1.4         สถานศึกษามีการจัดทำแผนการลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตร
1.5         สถานศึกษามีการกำหนดแนวทางการวัดผลและประเมินผลที่ชัดเจนและมีการประเมินผลตามสภาพจริง กล่าวคือ มีการประเมินผลทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน และปลายภาคเรียน โดยกำหนดสัดส่วนการวัดผลและประเมินผลการเรียนระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน 60 : 40 และเน้นการประเมินผลจากการปฏิบัติระหว่างเรียน
1.6         สถานศึกษามีการเตรียมความพร้อมของบุคลากรก่อนการดำเนินจัดทำแผนการเรียนรู้รายบุคคล กล่าวคือ มีการส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมการจัดทำแผนการเรียนรู้รายบุคคล ตลอดจนจัดอบรมบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือก
1.7         สถานศึกษามีการวางแผนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมนิเทศติดตามงาน กศน. และมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบจัดทำแผนการนิเทศ ติดตามงาน กศน. รวมถึงการรายงานผลการนิเทศ ติดตาม ทั้งจากการประชุมและเอกสารรายงาน
2.     ด้านหลักสูตรและเนื้อหา
2.1         สถานศึกษามีการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการพัฒนาหลักสูตร กล่าวคือ มีการสำรวจ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ก่อนตัดใจสินใจเลือกพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่
2.2         สถานศึกษามีการประสานผู้รู้ ภูมิปัญญาด้านเนื้อหาของหลักสูตร เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ทำให้ได้หลักสูตรที่มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ และบริบทของพื้นที่ รวมถึงสอดคล้องกับคุณสมบัติของ Smart Farmer
2.3         สถานศึกษามีการตรวจคุณภาพของหลักสูตรด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มีคุณภาพ
2.4         สถานศึกษามีการปรับปรุง แก้ไขหลักสูตรให้มีคุณภาพ ก่อนเสนอขอรหัสรายวิชาและเปิดให้ลงทะเบียนเรียน
3.     ด้านผู้สอน
สถานศึกษามีการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับครู กศน. อาทิเช่น คุณมานพ ซ้อนฝั้น ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ KC Farm คุณรังสรรค์ กันธิยะ ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม วิทยากรจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นต้น
4.     ด้านวิธีการจัดการเรียนรู้
4.1         สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by doing)
4.2         สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ได้แก่ การเรียนรู้นอกห้องเรียน วิทยากรภายนอก ศึกษาดูงาน โครงงาน เป็นต้น
4.3         มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนด้วยกัน โดยการศึกษาดูงานการปลูกข้าวโพดหวานของผู้เรียนที่นำความรู้ไปใช้ในการปลูกข้าวโพดหวาน
5.      ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้
5.1         สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อของจริงและแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกชุมชน ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ KC Farm โรงงานซันสวีท มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอแม่วาง เป็นต้น
5.2         มีภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนสื่อวัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้เรียน อาทิเช่น บริษัท ซันสวีท จำกัด สนับสนุนวิทยากรและสื่อวัสดุประกอบการเรียน ทุนการศึกษาและอาหารกลางวัน ตลอดจนเปิดให้ผู้เรียนเข้าไปเรียนรู้ในศูนย์เรียนรู้ KC Farm โดยมีคุณมานพ ซ้อนฝั้น ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ KC Farm ร่วมเป็นวิทยากร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สนับสนุนเครื่องควบคุมระบบน้ำอัจฉริยะ รวมถึงร่วมเป็นวิทยากรในการให้ความรู้กับผู้เรียน นอกจากนั้นยังมีโจ้ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอแม่วาง โดยมีคุณรังสรรค์ กันธิยะ ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม ร่วมเป็นวิทยากร
6.      ด้านการวัดผลและประเมินผล
สถานศึกษาได้กำหนดสัดส่วนการประผลระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน เท่ากับ 60 : 40 และให้มีการประเมินผล 3 ระยะ ได้แก่
6.1         การประเมินผลก่อนเรียน เพื่อทราบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน
6.2         การประเมินผลระหว่างเรียน เพื่อทราบความก้าวหน้าทางการเรียนของผู้เรียน  โดยให้ครูผู้สอนและวิทยากรของศูนย์เรียนรู้ KC Farm เป็นผู้ดำเนินการวัดผลทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเน้นการวัดผลและประเมินจากการปฏิบัติ โดยการวัดผลและประเมินผลระหว่างภาคให้ประเมินจากการปฏิบัติตามใบงาน 20 ประเมินจากแบบฝึกหัด 15 ประเมินจากการทดสอบ 10 และประเมินจากพบกลุ่ม 15 โดยใช้บันทึกการเรียนรู้
6.3         การประเมินผลปลายภาคเรียน เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน โดยการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปลายภาค
                   นอกเหนือจากแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ กศน.อำเภอ ตามองค์ประกอบที่สำคัญ 6 องค์ประกอบ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว กศน.อำเภอแม่วาง ยังได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกศน.อำเภอแม่วางกับบริษัท ซันสวีท จำกัด ในการรับผู้เรียนที่จบหลักสูตรแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ระดับมัธยมศึกษาปลาย ที่ประสงค์จะทำงานกับบริษัท ซันสวีท จำกัด ให้สามารถให้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสมัครเข้าทำงานกับบริษัทได้อีกด้วย
                   นอกจากนี้ จากการติดตามการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ของผู้เรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการทำการเกษตรของตนเอง อีกทั้งผู้เรียนบางคนยังสามารถขยายผลความรู้ให้กับคนในชุมชนได้อีกด้วย



อภิปรายผล
ในการดำเนินการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer โดยใช้กรอบแนวคิดของทฤษฎีระบบและการจัดหลักสูตรตามแนวคิดของจอห์น ดิวอี้ รวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับการดำเนินงาน Smart Farmer มาใช้ในการดำเนินการวิจัย โดยผู้วิจัยได้นำทฤษฎีระบบมากำหนดเป็นกรอบในการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer โดยศึกษาถึงวิธีการและขั้นตอนการดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ด้านการบริหารจัดการ 2) ด้านหลักสูตรและเนื้อหา 3) ด้านผู้สอน 4) ด้านวิธีการจัดการเรียนรู้ 5) ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 6) ด้านการวัดผลและประเมินผล ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า กศน.อำเภอแม่วางได้มีการดำเนินการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานอย่างเป็นระบบ โดยมีการดำเนินการอย่างเป็นลำดับขั้นตอน กล่าวคือ
1)        ในด้านการบริหารจัดการ กศน.อำเภอแม่วางได้มีการกำหนดนโยบายการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงาน กศน. และการปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินงานตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เกี่ยวกับหลักสูตรรายวิชาเลือก มีการประสานภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน โดยร่วมกันพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกของแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานให้มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ และบริบทของพื้นที่ รวมถึงและสอดคล้องกับคุณสมบัติของ Smart Farmer มีการจัดสรรงบประมาณและขอรับงบประมาณสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย มีการจัดทำแผนการลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตร มีการกำหนดแนวทางการวัดผลและประเมินผลที่ชัดเจนและมีการประเมินผลตามสภาพจริง กล่าวคือ มีการประเมินผลทั้งก่อนเรียน ระหว่างเรียน และปลายภาคเรียน มีการเตรียมความพร้อมของบุคลากรก่อนการดำเนินจัดทำแผนการเรียนรู้รายบุคคล และมีการวางแผนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งสอดคล้องกับ สุคนธ์ ภูริเวทย์ (2544) ได้กล่าวถึงวิธีระบบ (System Approach) ในส่วนของตัวป้อนหรือปัจจัยนำเข้า (Input) เป็นส่วนที่เราจะต้องจัดเตรียมการไว้ก่อนว่าจะทำงานหรือจะสอนอย่างไร ถ้ามีการวางแผนตัวป้อนอย่างดีแล้วก็จะมีส่วนที่ทำให้ขั้นตอนอื่น ๆ ดีตามไปด้วย สำหรับตัวป้อนในการจัดการเรียนการสอนนั้น จะประกอบด้วยหลักสูตรคุณลักษณะของผู้เรียน วิธีสอน จุดประสงค์ของการสอน สื่อการเรียนการสอน และการวัดผลประเมินผล ฯลฯ
2)        ในด้านหลักสูตรและเนื้อหา กศน.อำเภอแม่วาง ได้มีการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการพัฒนาหลักสูตร กล่าวคือ มีการสำรวจ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ก่อนตัดใจสินใจเลือกพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ มีการประสานผู้รู้ ภูมิปัญญาด้านเนื้อหาของหลักสูตร เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ทำให้ได้หลักสูตรที่มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ และบริบทของพื้นที่ เมื่อพิจารณาเนื้อหาแต่ละรายวิชาของแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พบว่า เนื้อหามีความสอดคล้องกับคุณสมบัติของ Smart Farmer ซึ่งสอดคล้องกับคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย Smart Farmer และ Smart Officer (2556) ได้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรที่เป็น Smart Farmer ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐาน 6 ข้อ ได้แก่ 1) มีความรู้ในเรื่องที่ทำอยู่ 2) มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ 3) มีการบริหารจัดการผลผลิตและการตลาด 4) มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของผู้บริโภค 5) มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และมีความภาคภูมิใจในความเป็นเกษตรกร ที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจาก กศน.อำเภอแม่วางได้มีการประสานผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับ Smart Farmer คือ นายบุญศรี พานมูล เกษตรอำเภอแม่วาง เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรและให้ความรู้แก่บุคลากรของ กศน. นอกจากนี้ กศน.อำเภอแม่วางยังได้มีการตรวจคุณภาพของหลักสูตรด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้ได้หลักสูตรที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งมีการปรับปรุง แก้ไขหลักสูตรให้มีคุณภาพ ก่อนเสนอขอรหัสรายวิชาและเปิดให้ลงทะเบียนเรียน ซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้กับการทำการเกษตรของตนเองและขยายผลไปยังผู้อื่นได้
3)        ในด้านผู้สอน กศน. อำเภอแม่วาง ได้มีการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับครู กศน. อาทิเช่น คุณมานพ ซ้อนฝั้น ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ KC Farm คุณรังสรรค์ กันธิยะ ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม วิทยากรจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นต้น ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้รู้ ภูมิปัญญา ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงกับเนื้อหาที่เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจและทักษะจนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเห็นผล
4)        ในด้านวิธีการจัดการเรียนรู้ กศน.อำเภอแม่วางได้ส่งเสริมให้มีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by doing) และจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ได้แก่ การเรียนรู้นอกห้องเรียน วิทยากรภายนอก ศึกษาดูงาน โครงงาน เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับนิรมล ศตวุฒิ (2543) ได้กล่าวถึงการจัดหลักสูตรตามแนวคิดของจอห์น ดิวอี้ (John Dewey) ไว้ว่า ความเจริญงอกงามขึ้นอยู่กับการฝึกสติปัญญาให้เอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ซึ่งผู้เรียนจะได้จากประสบการณ์ของตัวเองมากกว่าจากภายนอก เมื่อผู้เรียนฝึกสติปัญญาในการเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ จะได้รับความคิดใหม่ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับเอกชนะอุปสรรคอื่นต่อไป ทำให้ผู้เรียนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ในแขนงวิชาต่าง ๆ และสามารถประยุกต์ใช้ในสังคมได้กว้างขวางขึ้น และการเรียนรู้เกิดจากการที่ผู้เรียนได้ลงมือทำ ปฏิบัติ และฝึกฝนด้วยตนเอง (learning by doing) นอกจากนี้ ในการจัดการเรียนรู้ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนด้วยกัน โดยการศึกษาดูงานการปลูกข้าวโพดหวานของผู้เรียนที่นำความรู้ไปใช้ในการปลูกข้าวโพดหวาน ทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองได้ สอดคล้องกับที่รุ่งทิพ จันทร์มุณี (2561) ได้กล่าวถึงปรัชญาประสบการณ์ตามแนวคิดจอห์น ดิวอี้ ไว้ว่า ปรัชญาของดิวอี้ เป็นปรัชญาที่สะท้อนออกมาเด่นชัดในเรื่องการศึกษาที่ยกย่องประสบการณ์ทั้งปวงที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน เน้นให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้สถานการณ์ที่เป็นจริง เพราะการศึกษาตามความคิดของจอห์น ดิวอี้ คือ ความเจริญงอกงามทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา และคุณธรรม ดังนั้น การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริงเป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะกลุ่มปฏิบัติการที่เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการเผชิญสถานการณ์จริงและการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จากการกระทำ ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง ฝึกคิด ฝึกลงมือทำ ฝึกทักษะกระบวนการต่าง ๆ ฝึกการแก้ปัญหาด้วยตนเองและฝึกทักษะการเสาะแสวงหาความรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติ
5)        ในด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้ กศน.อำเภอแม่วาง ได้จัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อของจริงและแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกชุมชน ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ KC Farm โรงงานซันสวีท มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอแม่วาง เป็นต้น โดยมีภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนสื่อวัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้เรียน อาทิเช่น บริษัท ซันสวีท จำกัด สนับสนุนวิทยากรและสื่อวัสดุประกอบการเรียน ทุนการศึกษาและอาหารกลางวัน ตลอดจนเปิดให้ผู้เรียนเข้าไปเรียนรู้ในศูนย์เรียนรู้ KC Farm โดยมีคุณมานพ ซ้อนฝั้น ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ KC Farm ร่วมเป็นวิทยากร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สนับสนุนเครื่องควบคุมระบบน้ำอัจฉริยะ รวมถึงร่วมเป็นวิทยากรในการให้ความรู้กับผู้เรียน นอกจากนั้นยังมีโจ้ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอแม่วาง โดยมีคุณรังสรรค์ กันธิยะ ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม ร่วมเป็นวิทยากร ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้รับประสบการณ์จากสถานการณ์จริงจากผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรง ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองได้ ซึ่งสอดคล้องกับรุ่งทิพ จันทร์มุณี (2561) ได้กล่าวถึงปรัชญาประสบการณ์ตามแนวคิดจอห์น ดิวอี้ ไว้ว่า ปัจจุบันการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริง เป็นการเรียนรู้ในแบบ Learning by doing ผู้เรียนจะเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ แนวคิดนี้จะจัดการสอนแบบโครงการ (Project-based learning) เป็นการสอนที่ให้ผู้เรียนได้เรียนจากการปฏิบัติจริง เป็นการเรียนจากประสบการณ์ตรง ผู้เรียนได้ทดลองทำ ปฏิบัติ เสาะหาข้อมูล จัดระเบียบข้อมูล พิจารณาหาข้อสรุป ค้นคว้าหาวิธีการ กระบวนการด้วยตนเอง หรือร่วมกันเป็นกลุ่ม เน้นให้ผู้เรียนมีอิสระในการศึกษาหาความรู้ตามหลักประชาธิปไตยให้ผู้เรียนได้รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น ให้ได้ค้นคว้าหาข้อมูลความรู้จากแหล่งต่าง ๆ มิใช่เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น ทำให้ผู้เรียนเกิดนิสัยการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองได้ด้วยความมั่นใจ
6)        ในด้านการวัดผลและประเมินผล พบว่า กศน. อำเภอแม่วาง ได้กำหนดสัดส่วนการประผลระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน เท่ากับ 60 : 40 และให้มีการประเมินผล 3 ระยะ ได้แก่ การประเมินผลก่อนเรียน เพื่อทราบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน การประเมินผลระหว่างเรียน เพื่อทราบความก้าวหน้าทางการเรียนของผู้เรียน  โดยให้ครูผู้สอนและวิทยากรของศูนย์เรียนรู้ KC Farm เป็นผู้ดำเนินการวัดผลทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเน้นการวัดผลและประเมินจากการปฏิบัติ และการประเมินผลปลายภาคเรียน เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน โดยการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปลายภาค ซึ่งการวัดผลและประเมินผลตามสภาพจริง เน้นการวัดผลและประเมินผลจากการปฏิบัติ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เต็มตามศักยภาพของตนเอง มีความสุขกับการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย และสื่อที่เร้าความสนใจ ส่งผลให้ผลการเรียนรายวิชาเลือกตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี สอดคล้องกับรุ่งทิพ จันทร์มุณี (2561) ได้กล่าวถึง ผลการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีประสบการณ์ของจอห์น ดิวอี้ ไว้ว่า ผู้เรียนมีความสุขกับการเรียนได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานโดยผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและสื่อที่เร้าความสนใจ ได้เรียนรู้ตามความสนใจ ตามความถนัดและศักยภาพด้วยการศึกษา ค้นคว้า ฝึกปฏิบัติฝึกทักษะจนถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองทำให้เกิดความเชื่อมั่นเป็นแรงจูงใจให้เกิดการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน คือ ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข เกิดการพัฒนารอบด้าน มีอิสระที่จะเลือกวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง และนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
                   นอกเหนือจากแนวทางการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ กศน.อำเภอ ตามองค์ประกอบที่สำคัญ 6 องค์ประกอบ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว กศน.อำเภอแม่วาง ยังได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกศน.อำเภอแม่วางกับบริษัท ซันสวีท จำกัด ในการรับผู้เรียนที่จบหลักสูตรแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ระดับมัธยมศึกษาปลาย ที่ประสงค์จะทำงานกับบริษัท ซันสวีท จำกัด ให้สามารถให้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสมัครเข้าทำงานกับบริษัทได้อีกด้วย ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียนในการเรียนรู้แผนการเรียนการปลูกข้าวโพดหวาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอาจมีส่วนทำให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น มีแรงจูงใจในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นกับ กศน.อำเภอแม่วาง
                   นอกจากนี้ จากการติดตามการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ของผู้เรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการทำการเกษตรของตนเอง อีกทั้งผู้เรียนบางคนยังสามารถขยายผลความรู้ให้กับคนในชุมชนได้อีกด้วย ซึ่งผลดังกล่าวสอดคล้องกับที่ รุ่งทิพ จันทร์มุณี (2561) ได้กล่าวถึง ผลการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีประสบการณ์ของจอห์น ดิวอี้  ไว้ว่า ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสนใจ ตามความถนัดและศักยภาพด้วยการศึกษา ค้นคว้า ฝึกปฏิบัติฝึกทักษะจนถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นเป็นแรงจูงใจให้เกิดการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข เกิดการพัฒนารอบด้าน มีอิสระที่จะเลือกวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง และนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
จากผลการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า กศน.อำเภอแม่วาง มีวิธีการและขั้นตอนการดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานอย่างเป็นระบบ เป็นไปตามทฤษฎีระบบ (System Theory) กล่าวคือ กศน.อำเภอแม่วาง ได้มีการเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ก่อนการจัดทำแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน โดยเฉพาะการเตรียมการในเรื่องการพัฒนาหลักสูตร โดยประสานภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรของ กศน.อำเภอแม่วางให้มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งสอดคล้องกับรังสันต์ โยศรีคุณ (2556, สรุปผลการวิจัย) ได้ศึกษาเรื่อง การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาใน 3 ด้าน คือ ด้านการส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำและใช้หลักสูตรสถานศึกษา ด้านการจัดทำและใช้หลักสูตรสถานศึกษา และด้านการกำกับดูแลคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษาของสถานศึกษษขั้นพื้นฐานองค์การส่วนจังหวัดชัยภูมิ และเพื่อเปรียบเทียบระดับการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาใน 3 ด้าน จำแนกตามสถานภาพของบุคลากรและขนาดของสถานศึกษา จากข้อค้นพบจากงานวิจัย มีข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ ดังนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ควรมีฝ่ายประสานงานนิเทศและแนะนำในการจัดทำและการใช้หลักสูตร มีการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาในระดับจังหวัด เพื่อดำเนินการตามความต้องการเป็นการประหยัดงบประมาณ เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้เข้ารับการอบรม สถานศึกษาควรมีการร่วมกันจัดทำหลักสูตร โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญแต่ละกลุ่มสาระให้คำแนะนำ และนำหลักสูตรไปใช้ในสถานศึกษา พร้อมทั้งจัดอบรมให้ความรู้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการใช้หลักสูตรอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินการใช้หลักสูตรทุกกลุ่มสาระ ในแต่ละภาคเรียน/ปีการศึกษา และนำผลการประเมินไปปรับปรุง แก้ไขและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา รวมถึงผู้บริหารควรมีนิเทศ ติดตามการใช้หลักสูตรอย่างต่อเนื่องดูแลเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ และสอดคล้องกับพันธณีย์ วิหคโต (2545, บทคัดย่อ) ศึกษาวิจัยเรื่อง การวิจัยติดตามและประเมินผลการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนนำร่อง มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนนำร่อง และ 2) เพื่อศึกษาปัญหาการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนนำร่อง ผลการวิจัยพบว่า ในการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรโรงเรียนนำร่องส่วนใหญ่ใช้วิธีการประชุมชี้แจง อบรมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความเข้าใจและตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และมีการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ปกครอง นักเรียนและชุมชนรับรู้ และขอความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตรด้วยวิธีการประชุมชี้แจงและแจกเอกสารเผยแพร่ พบว่า บุคลากรของโรงเรียนส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก ปัญหาที่พบในการดำเนินงานส่วนใหญ่ คือ ระยะเวลาไม่เพียงพอในการจัดทำ การขาดอัตรากำลัง บุคลากรไม่เพียงพอ และขาดความรู้ความเข้าใจ ความไม่ชัดเจนในการดำเนินงานบางเรื่อง จะเห็นได้ว่าการดำเนินการเตรียมความพร้อมดังกล่าวผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้การดำเนินการเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับที่สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (2551, บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน มีวัตถุประสงค์ดังนี้ เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์ภูมิปัญญาท้องถิ่นกัยการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนจากเอกสารรายงานและผลการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา ด้านการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดกิจกรรม การเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพบรรลุตามเจตนารมณ์ของหลักสูตร ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้สอดคล้องและตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่น โดยให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมด้วยการเชิญผู้รู้มาร่วมในการพัฒนาหลักสูตรและสอนนักเรียน นอกจากนี้ กศน.อำเภอแม่วาง ยังมีการนำหลักสูตรสู่การสอนที่มีรูปธรรมที่ชัดเจน มีการวัดผลและประเมินผู้เรียนตามสภาพจริง  สอดคล้องกับภัทรา โง้วอมรากรณ์ (2557, บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการบริหารหลักสูตร ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ เพื่อศึกษาสภาพการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนที่ได้รับรางวัลพระราชทานระดับประถมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า 1) ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาหลักสูตร กำกับ ติดตาม และนิเทศการใช้หลักสูตรและมีการประเมินการใช้หลักสูตรโดยนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรทุกปีการศึกษา 2) ครูผู้สอนวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคล นำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาพัฒนานักเรียนวางแผนและเตรียมการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติ 3) ผู้บริหารส่งเสริมให้ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวัดประเมินผล รายงานผลการประเมิน และนำผลการประเมินมาพัฒนานักเรียน 4) ผู้บริหารจัดบริการและส่งเสริมให้ครู ผลิต แลกเปลี่ยน และเพิ่มพูนความรู้ในการใช้สื่อการเรียนรู้ 5) ครูผู้สอนจัดกิจกรรมตามความสนใจของนักเรียน เพื่อพัฒนาทักษะและส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนจัดบริการเพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหานักเรียน 6) ผู้บริหาร ครูผู้สอน และบุคลากร ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และจัดกิจกรรมให้ตอบสนองต่อการเรียนรู้ของนักเรียนโดยจัดเป็นโครงการและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน อีกทั้ง กศน.อำเภอแม่วาง ได้มีการนิเทศ ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งมีการปรับปรุงแก้ไขในทุก ๆ ขั้นตอนของการดำเนินงาน อาทิเช่น มีการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรให้มีคุณภาพ มีการพัฒนาบุคลากรในการจัดทำหนังสือเรียนเพื่อแก้ปัญหาการไม่มีสื่อหนังสือเรียนประกอบการเรียนรู้ เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับสุคนธ์ ภูริเวทย์ (2544) ได้กล่าวถึงวิธีระบบ (System Approach) ไว้ว่า เป็นวิธีที่ใช้รูปแบบที่เป็นระบบในการวางแผนการกระทำสิ่งใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการสอน ในการวางแผนงานโดยใช้วิธีระบบนั้น ๆ จะมีองค์ประกอบที่สำคัญที่เรียกว่าองค์ประกอบสมบูรณ์ (5 ส่วน) คือ 1) ตัวป้อนหรือปัจจัยนำเข้า (Input) 2) กระบวนการ (Process) 3) ขั้นผลลัพธ์หรือผลผลิต (Output) 4) ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) และ 5) การควบคุม (Control) เช่นเดียวกับที่ จำเริญ มูลฟอง (2559: บทสรุปผู้บริหาร) ได้ศึกษา เรื่อง รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบล ที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ Mobile - Learning อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 พบว่า ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบล ที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ Mobile Learning พบว่า รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบของ กศน.ตำบล ที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ Mobile Learning อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เป็นรูปแบบที่ดำเนินการตามหลักการของการใช้ทฤษฎีระบบ (System Theory) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบ  3 ส่วน ได้แก่ ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ  (Process) และผลผลิต (Output) ทั้งนี้ มีกลไกควบคุมคือ ผู้บริหารมีการนิเทศติดตามการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ Mobile Learning ของครู และครูคอยให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา แนะนำ และติดตามการเรียนของผู้เรียน เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างผลผลิตกับจุดมุ่งหมายไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้จะนำข้อมูลป้อนกลับไปสู่การปรับปรุงกระบวนการและตัวป้อน จนกว่าจะได้รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบ โดยใช้ Mobile Learning ที่มีประสิทธิภาพ จากการทดลองการใช้รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานนอกระบบนี้ พบว่าเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น และมีความพึงพอใจในระดับมาก สามารถนำรูปแบบไปใช้จริงในสถานศึกษา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของ กศน.อำเภอแม่วาง จะดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีวิธีการและขั้นตอนที่ชัดเจน แต่ยังพบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานอยู่บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดทำสื่อหนังสือเรียน แม้ว่าจะมีการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดทำสื่อหนังสือเรียน แต่ด้วยระยะเวลาที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถจัดทำหนังสือเรียนได้ครบทุกรายวิชาตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน อีกทั้งมีข้อจำกัดในตัวบุคลากรที่บางคนอายุมาก บางคนไม่มีความถนัดในเรื่องของการใช้สื่อเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเรื่องที่สถานศึกษาควรนำไปปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานต่อไป
จากผลการวิจัย เรื่อง การศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer กรณีศึกษา : กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ พอจะสรุปเป็นแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้ทฤษฎีระบบ (System Theory) มาเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดองค์ประกอบ 6 ด้าน ดังภาพที่ 4



ภาพที่ 4 แผนภูมิแสดงแนวทางการส่งเสริมการจัดการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer
                    
ข้อเสนอแนะ
1.      ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1.1   ควรนำแนวทางดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer เผยแพร่ให้กับสถานศึกษา และครู กศน.ในเขตภาคเหนือ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับผู้เรียน กศน. ต่อไป
1.2   การนำแนวทางดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ไปใช้ ควรปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพบริบทของแต่ละพื้นที่และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน
1.3   ควรแนวทางดำเนินงานจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ไปปรับใช้กับการจัดการศึกษาต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพบริบทของแต่ละพื้นที่และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน
2.      ข้อเสนอแนะในการศึกษาหรือการวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรมีการพัฒนาข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เช่น การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือก การจัดทำสื่อหนังสือเรียน การวิจัย การวัดผลและประเมินผล เป็นต้น โดยเน้นการพัฒนาในเรื่องที่เป็นปัญหาและส่งผลต่อผู้เรียนเป็นอันดับแรก

2.2 ควรมีการพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและจำเป็นต่อการจัดการเรียนรู้ กศน.

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer ซึ่งคณะผู้วิจัยได้เก็บรวบรวบข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร การสนทนากลุ่ม การสังเกต และการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง และจะนำเสนอในลักษณะการวิเคราะห์เนื้อหา ดังนี้
1.    ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร
2.    ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม
3.    ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการจัดกระบวนการเรียนรู้
4.    ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

1.        ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร
จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานของ กศน.อำเภอแม่วาง พบว่า กศน.อำเภอแม่วางได้พัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกข้าวโพดหวาน ซึ่งเป็นหลักสูตรภายใต้ความร่วมมือของกศน.อำเภอแม่วางกับบริษัท ซันสวีท จำกัด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเกษตรกรและบุคลากรให้เป็นผู้มีทักษะและความเชี่ยวชาญในด้านการใช้เทคโนโลยีปลูกข้าวโพดหวานแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้งเพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเข้าใจในการปลูกข้าวโพดหวานที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยการร่วมมือพัฒนาหลักสูตรดังกล่าว เป็นการยกระดับเกษตรกรและผลิตบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาการปลูกข้าวโพดหวานซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตามบริบทของพื้นที่ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การจัดการระบบน้ำ การให้ปุ๋ย การวัดอุณหภูมิ จนถึงการเก็บเกี่ยว การขนส่ง เพื่อให้เกษตรกรและบุคลากรได้นำองค์ความรู้ที่ได้ไปบริหารจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ นำไปสู่การเพิ่มรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับหลักสูตรรายวิชาข้าวโพดหวานนี้ กศน.อำเภอแม่วาง ได้กำหนดไว้ในแผนการเรียนรู้ของนักศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยบริษัท ซันสวีท จำกัด มีภารกิจในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดหวานทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ณ ศูนย์การเรียนรู้ KC Farm อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่จากความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคคลากรในสายงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไปในอนาคต การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีทักษะและความเข้าใจถึงกระบวนการเพาะปลูก และนวัตกรรมต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ไม่ใช่เพียงแต่ข้าวโพดหวานเท่านั้น แต่หากสามารถต่อยอดองค์ความรู้และสามารถนำไปปรับใช้ได้กับผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพให้กับผลผลิตทางการเกษตร ด้วยประสบการณ์จากผู้มีความรู้ ทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ได้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของตนเองให้สอดคล้องกับความเป็นอยู่ตลอดจนสร้างคุณภาพชีวิตของเกษตร ชาวไร่ ชาวสวนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ซึ่ง กศน.อำเภอแม่วางได้จัดทำแผนการเรียนรู้รายบุคคลรายวิชาข้าวโพดหวาน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และเปิดให้ผู้เรียนลงทะเบียนเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560โดยจัดแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานดังตารางที่ 9
ตารางที่ 9 แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน
ระดับประถมศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
รหัสวิชา
ชื่อรายวิชา
รหัสวิชา
ชื่อรายวิชา
รหัสวิชา
ชื่อรายวิชา
อช13181
การแปรรูปอาหารจากข้าวโพดหวาน
อช23346
การพัฒนาแผนและโครงงานอาชีพ
อช33428
การพัฒนาแผนและโครงงานอาชีพ
อช13182
การปลูกข้าวโพดหวานเบื้องต้น
อช23386
การปลูกข้าวโพดหวานเพื่อสร้างอาชีพ
อช33534
ข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet


อช23387
การแปรรูปข้าวโพดหวานเพื่อสุขภาพ
อช33535
การทำปุ๋ย


อช23388
การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวโพดหวาน
อช33536
การปลูกข้าวโพดหวานคุณภาพ




อช33537
การขายและการตลาดข้าวโพดหวาน




อช33538
ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดหวานและบรรจุภัณฑ์
          กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดแผนการลงทะเบียนเรียนให้ผู้เรียนแต่ละระดับลงทะเบียนเรียนตลอดหลักสูตร จำนวน 4 ภาคเรียน แต่มีเฉพาะระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่สถานศึกษาจัดให้เรียนรายวิชาข้าวโพดหวานSmart Farm of Sunsweet (อช33387) ซึ่งเป็นรายวิชาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนที่จบหลักสูตรมีทักษะและความเข้าใจถึงกระบวนการเพาะปลูก และนวัตกรรมต่างๆ ที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร อาทิเช่น การปลูกข้าวโพดหวานแบบระบบน้ำหยด การปลูกข้าวโพดหวานให้ได้คุณภาพตามข้อกำหนดของบริษัท ซันสวีท จำกัด ตลอดจนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ในการประกอบอาชีพการปลูกข้าวโพดหวานรวมถึงสามารถนำไปปรับใช้ได้กับผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพให้กับผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้งสามารถนำวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานเข้าทำงานกับบริษัท ซันสวีท จำกัดได้อีกด้วย ทั้งนี้ ในการลงทะเบียนเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องผ่านการเรียนตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นมาก่อนก็ได้ แต่เปิดโอกาสให้มีการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์จากการประกอบอาชีพการปลูกข้าวโพดหวาน สำหรับรายวิชาข้าวโพดหวานSmart Farm of Sunsweet (อช33387) กศน.อำเภอแม่วาง ได้กำหนดให้ผู้เรียนลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 3 ของหลักสูตร ซึ่งในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จะเป็นการลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 3 ของผู้เรียนที่ลงทะเบียนเรียนแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานมาตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ดังตารางที่ 10


ตารางที่ 10  แสดงแผนการลงทะเบียนเรียนรายวิชาเลือก แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2560
(ภาคเรียนที่ 1)
ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2560
(ภาคเรียนที่ 2)
ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2561
(ภาคเรียนที่ 3)
ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2561
(ภาคเรียนที่ 4)
อช33536
การปลูกข้าวโพดหวานคุณภาพ
อช33535
การทำปุ๋ย
อช33534
ข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet


อช33537
การขายและการตลาดข้าวโพดหวาน
อช33538
ผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดหวานและบรรจุภัณฑ์


อช33428
การพัฒนาแผนและโครงงานอาชีพ



ในส่วนของสื่อประกอบการเรียน กศน.อำเภอแม่วางได้พัฒนาสื่อแบบเรียนให้สอดคล้องกับเนื้อหาของแต่ละรายวิชา แต่ยังไม่ครบทุกรายวิชาตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน
สำหรับการวัดผลและประเมินผล ได้กำหนดให้มีการวัดผลและประเมินผลการเรียน 3 ระยะ คือ ก่อนเรียน ระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน โดยการประเมินผลระหว่างภาคเรียนและปลายเรียน มีสัดส่วน 60 : 40  ในส่วนการประเมินผลก่อนเรียนเพื่อให้ทราบความรู้พื้นฐานของผู้เรียน และการประเมินผลระหว่างภาคเรียนเพื่อทราบความก้าวหน้าทางการเรียนของผู้เรียน  โดยให้ครูผู้สอนและวิทยากรของศูนย์เรียนรู้ KC Farm เป็นผู้ดำเนินการวัดผลทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเน้นการวัดผลและประเมินจากการปฏิบัติ สำหรับการประเมินผลปลายภาคเรียน เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน โดยการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปลายภาค
2.        ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม
จากการสนทนากลุ่มกับกลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา ครู กศน. ภาคีเครือข่าย และผู้เรียน กศน. ของ กศน.อำเภอแม่วาง จำนวน 24 คน พบว่า
สถานศึกษามีนโยบายในการจัดแผนการเรียนรู้รายบุคคลที่สอดรับกับนโยบายของสำนักงาน กศน. ที่กำหนดให้มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินงานตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เกี่ยวกับหลักสูตรรายวิชาเลือกโดยกำหนดไว้ว่า “รายวิชาเลือก ปรับให้มีทั้งวิชาเลือกบังคับและวิชาเลือกเสรี” ซึ่งแต่ละวิชาจำกัดให้ใช้จัดการเรียนรู้ในระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้ทั้ง 3 ระดับ ในด้านการพัฒนาหลักสูตรวิชาเลือกบังคับสำนักงาน กศน.จะเป็นผู้พัฒนา สำหรับวิชาเลือกเสรีนั้นสถานศึกษาต้องดำเนินการพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของผู้เรียนและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ระดับ โดยได้มอบหมายให้ครู กศน.ในสังกัด เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้รู้ในพื้นที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่จะจัดทำแผนการเรียนรู้รายบุคคลเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ได้แก่ การปลูกข้าวโพดหวาน การปลูกหอมหัวใหญ่และการทำนา ซึ่งในส่วนของการปลูกข้าวโพดหวานได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ บริษัท ซันสวีท จำกัด สำนักงานเกษตรอำเภอแม่วาง ภูมิปัญญาด้านการเกษตรในพื้นที่อำเภอแม่วาง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยร่วมกันพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกของแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวานให้มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ และบริบทของพื้นที่ รวมถึงและสอดคล้องกับคุณสมบัติของ Smart Farmer
ในการเตรียมความพร้อมของบุคลากร พบว่า กศน.อำเภอแม่วาง ได้พัฒนาครู กศน.ในสังกัด โดยให้เข้ารับการอบรมการจัดทำแผนการเรียนรู้รายบุคคลจากสำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงใหม่ และจัดอบรมครู กศน.ในสังกัดในการจัดทำหลักสูตรแต่ละแผนการเรียนรู้ ได้แก่ แผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน แผนการเรียนรู้การปลูกหอมหัวใหญ่ และแผนการเรียนรู้การทำนา และส่งหลักสูตรให้วิทยากรตรวจคุณภาพของหลักสูตร ก่อนนำเสนอหลักสูตรต่อกลุ่มโซนเพื่อตรวจคุณภาพหลักสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญระดับกลุ่มโซน จากนั้นนำเสนอหลักสูตรเพื่อตรวจคุณภาพหลักสูตรในระดับจังหวัดและขอรหัสหลักสูตร และเริ่มเปิดรับลงทะเบียนเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
สำหรับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนสื่อวัสดุ อุปกรณ์ในการจัดการศึกษา นอกเหนือจากการจัดสรรประจำปีของสำนักงาน กศน. แล้ว บริษัท ซันสวีท จำกัด ยังให้การสนับสนุนให้ศูนย์เรียนรู้ KC Farm เป็นสถานที่ในการจัดการเรียนการสอนแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน พร้อมทั้งสนับสนุนวิทยากร วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอน ทุนการศึกษา ตลอดจนงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับผู้เรียนทุกระดับที่เข้าไปเรียนรู้ในศูนย์เรียนรู้ KC Farm รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณในการพาผู้เรียนไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ นอกเหนือจากการสนับสนุนสื่อวัสดุ อุปกรณ์ในการจัดการศึกษาและเรียนรู้แล้ว บริษัท ซันสวีท จำกัด ยังได้ทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ กศน.อำเภอแม่วาง ในการรับผู้เรียนที่จบหลักสูตรแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ระดับมัธยมศึกษาปลาย ให้เข้าทำงานกับบริษัท ซันสวีท จำกัด ด้วย
ในส่วนแผนการเรียนรู้ข้าวโพดหวานทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ประกอบด้วยรายวิชาเลือก 2 รายวิชา ได้แก่ อช13182 การปลูกข้าวโพดหวานเบื้องต้น อช13181 การแปรรูปอาหารจากข้าวโพดหวาน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประกอบด้วยรายวิชาเลือก 3 รายวิชา ได้แก่ อช23386 การปลูกข้าวโพดหวานเพื่อสร้างอาชีพ อช23388 การป้องกันกำจัดศัตรูข้าวดพดหวาน และ อช23387 การแปรรูปข้าวโพดหวานเพื่อสุขภาพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ประกอบด้วยรายวิชาเลือก 3 รายวิชา ได้แก่ อช33536 การปลูกข้าวโพดหวานคุณภาพ อช33535 การทำปุ๋ย และ อช33387 ข้าวโพดหวาน Smart Far Of Sunsweetโดยมีครูกศน.เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้โดยมีวิทยากรจากบริษัทซันสวีท จำกัดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดหวานทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ณ ศูนย์การเรียนรู้ KC Farm อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่และเรียนรู้จากภูมิปัญญาด้านการเกษตร และมีเอกสารประกอบการบรรยาย สื่อวิดิทัศน์ประกอบการเรียนรู้ มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน สัดส่วน 60:40โดยใช้แบบทดสอบแบบปรนัยในการวัดผลและประเมินผลปลายภาคเรียน โดยการวัดผลและประเมินผลระหว่างภาคให้ประเมินจากการปฏิบัติตามใบงาน 20 ประเมินจากแบบฝึกหัด 15 ประเมินจากการทดสอบ 10 และประเมินจากพบกลุ่ม 15 โดยใช้บันทึกการเรียนรู้
ในด้านการจัดการเรียนรู้ตามแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน นอกเหนือจากการเรียนรู้กับครู กศน.แล้ว กศน.อำเภอแม่วาง ยังจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากวิทยากรภายนอก สื่อของจริงและแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกชุมชน ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ KC Farm (คุณมานพ ซ้อนฝั้น ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ KC Farm) โรงงานซันสวีท มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอแม่วาง (คุณรังสรรค์ กันธิยะ ภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม) และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนด้วยกัน โดยการศึกษาดูงานการปลูกข้าวโพดหวานของผู้เรียนที่นำความรู้ไปใช้ในการปลูกข้าวโพดหวาน แต่อย่างไรก็ตาม  ในช่วงแรกของการดำเนินการจัดการเรียนการสอนแผนการเรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ยังมีปัญหาในเรื่องสื่อแบบเรียนประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาที่เปิดให้ลงทะเบียนเรียน เนื่องจากมีระยะเวลาจำกัด จึงไม่สามารถจัดทำแบบเรียนได้ทันกับการเปิดเรียน กอปรกับบุคลากรของ กศน.อำเภอเภอแม่วาง ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำหลักสือแบบเรียน ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาได้เล็งเห็นความจำเป็นในเรื่องดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2560 กศน.อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดทำหนังสือเรียน โดยขอความอนุเคราะห์ให้สถาบัน กศน.ภาคเหนือ สนับสนุนวิทยากรในการอบรมให้ความรู้เรื่องการจัดหนังสือเรียนรายวิชาเลือก รายวิชาข้าวโพดหวาน แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถจัดทำหนังสือเรียนได้ครบทุกรายวิชา เนื่องจากมีระยะเวลาจำกัด
ในด้านการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน กศน.อำเภอแม่วาง ได้วางแผนการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงาน โดยมีคำสั่งมอบหมายงานในการนืเทศติดตามทุกงาน มีการจัดทำแผนการนิเทศติดตามทุกงาน พร้อมทั้งรายงานผลการนิเทศ ติดตามต่อที่ประชุมของสถานศึกษา ตลอดจนผู้บริหารติดตามจากการรายงานของครูผู้รับผิดชอบในการนิเทศ ติดตาม
3.        ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการจัดกระบวนการเรียนรู้
การวิเคราะห์ข้อมูล ปรากฏผลดังนี้
จากการสังเกตการจัดกระบวนการเรียนรู้รายวิชาข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet (อช33387) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2561 ณ ศูนย์เรียนรู้ KC Farm อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า
3.1   ด้านผู้สอน
รายวิชาข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet (อช33387) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดการเรียนรู้โดยวิทยากรของศูนย์เรียนรู้ KC Farmโดยในภาคทฤษฎีมีการบรรยายให้ความรู้ โดยใช้เอกสารใบความรู้และPowerPoint เป็นสื่อประกอบการบรรยาย โดยมีและมีครู กศน.ร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้และควบคุมชั้นเรียน หลังการบรรยายทฤษฎี ผู้สอนให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติในแปลงสาธิต และให้นำเสนอหน้าชั้นเรียน มีการตั้งประเด็นซักถาม วิทยากรตอบข้อซักถามของผู้เรียน ซึ่งจากการสังเกตพบว่า วิทยากรเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องที่สอนเป็นอย่างดี มีการยกตัวอย่างสถานการณ์ของแต่ละเนื้อหาได้ชัดเจน มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียน สังเกตได้จากผู้เรียนกล้าพูดคุย ซักถาม และนำเสนอรายงานได้
3.2   ด้านวิธีการจัดการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet (อช33387) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเน้นการให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในแปลงสาธิต โดยมีอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดความชื้นและเครื่องควบคุมระบบน้ำอัจฉริยะมาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการใช้เครื่องในแปลงสาธิต ทำให้ผู้เรียนให้ความสนใจต่อการจัดกิจกรรมและให้ความร่วมมือในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน สังเกตได้จากความกระตือรือร้นในการฝึกการใช้เครื่อง การพูดคุยซักถามวิทยากรและเพื่อนในกลุ่ม การจดบันทึกผลการปฏิบัติ
3.3   ด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้
การใช้ศูนย์เรียนรู้ KC Farm เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet (อช33387) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายรวมถึงการให้วิทยากรประจำศูนย์เรียนรู้ฯ เป็นผู้ให้ความรู้ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงจากวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนแปลงสาธิตที่มีสภาพของดินที่มีลักษณะใกล้เคียงกับสภาพบริบทของชุมชน ที่จะทำให้ผู้เรียนได้เข้าใจในเนื้อหาหลักสูตรที่สอดคล้องสัมพันธ์กับสภาพพื้นที่การทำการเกษตรของตนเอง ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้กับการทำการเกษตรกรรมได้ง่ายขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากการตั้งคำถามจากสถานการณ์จริงในการทำการเกษตรที่ประสบปัญหาในเรื่องที่กำลังเรียนรู้และวิทยากรช่วยตอบข้อคำถามเหล่านั้นจนทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจ
3.4   ด้านการวัดผลและประเมินผล
กิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาข้าวโพดหวาน Smart Farm of Sunsweet (อช33387) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีการวัดผลและประเมินผลจากการปฏิบัติและรายงานผลการฝึกปฏิบัติ โดยวิทยากรมอบหมายให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตามใบงานและให้คะแนนจากการสังเกตจากการปฏิบัติจริงตามใบงาน พร้อมทั้งมอบหมายให้ผู้เรียนไปเขียนรายงานผลการเรียนรู้
4.        ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์
จากการติดตามผลการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ของกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 3แห่ง จำนวน 9 คน ได้แก่ 1) บ้านไร่หลวง ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลจำนวน 4 คน 2) บ้านอัมพาราม ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลจำนวน 1 คนและ3) บ้านป่ากล้วย ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลจำนวน 4 คนพบว่า
กลุ่มผู้เรียนที่อาศัยอยู่ตำบลทุ่งรวงทอง อำเภอแม่วาง จำนวน 4 คน ได้แก่ 1)นายกำจัด คำสุภา อายุ 58 ปี มีอาชีพทำสวนลำไย มีพื้นที่ปลูกลำไยประมาณ 3 ไร่ และปลูกมะม่วงอีก จำนวน 100 ต้น  มีรายได้จากการขายผลผลิตเฉลี่ยปีละ50,000 บาท 2) นายสุชาติ หล้าอี่ อายุ 59 ปี มีอาชีพทำสวนลำไย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 11 ไร่ มีรายได้จากการขายผลผลิตเฉลี่ยปีละ100,000 บาท 3) นายบรรยง จันทร์ประทุม อายุ 51 ปี มีอาชีพทำสวน ปลูกลำไยและกล้วย มีพื้นที่ปลูก ประมาณ 3 ไร่ มีรายได้จากการขายผลผลิตเฉลี่ยปีละ 100,000 บาท และ 4) นายอำพร กันทารักษ์ อายุ 61 ปี มีอาชีพทำสวนลำไย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 6 ไร่ มีรายได้จากการขายผลผลิตปีละ100,000บาท จากการสัมภาษณ์ผู้เรียนทั้ง 4 คน พบว่าผู้เรียนกลุ่มนี้ ทำสวนโดยใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าแมลง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง เมื่อได้เรียนรู้ในการทำเกษตรกรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจากกศน.อำเภอแม่วางในเรื่องเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer และจากการปฏิบัติจริง มักมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำสวนอย่างสม่ำเสมอ และความรู้ที่ได้นำมาปรับใช้และเกิดประโยชน์มาก คือ การทำปุ๋ยหมัก ในการทำปุ๋ยหมักนี้มี 2 สูตร คือ 1) สูตรที่ 1 ประกอบด้วย ใบลำไย มูลสัตว์และ ภด.1 และ 2) สูตรที่ 2 ประกอบด้วย ใบลำไย มูลสัตว์ และกากน้ำตาล ปุ๋ยหมักทั้งสองสูตรนี้เมื่อทดลองใช้แล้วลำไยมีขนาดโต ผิวหนาขึ้นกว่าเดิมและมีใบมากขึ้น และยังช่วยให้ดินที่เคยมีสภาพแข็ง กระด้าง มีความร่วนซุยมากขึ้น รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมี นอกจากนี้ยังได้นำความรู้ เรื่อง เชื้อราที่ใช้พ่นลำไย โดยพ่นก่อนการเก็บเกี่ยว ประมาณ 15 วัน จะช่วยให้ลำไยมีสีสวยงามและเปลือกหนา
ส่วนผู้เรียนรายที่ 5 นางวาริน บุญมานันท์ อาศัยอยู่ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง มีอาชีพเกษตรกรรม มีพื้นที่ปลูกประมาณ 6 ไร่ ปลูกพืชผักหลายชนิดหมุนเวียนไปตามฤดูกาล ได้แก่ ปลูกข้าว หอมหัวใหญ่ ข้าวโพดหวาน และหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ สำหรับการปลูกข้าวโพดหวาน ปลูกในพื้นที่ 3 ไร่ โดยเข้าร่วมเรียนรู้กับ กศน.อำเภอแม่วางร่วมกับบริษัท ซันสวีท จำกัด ซึ่งจากการทดลองครั้งนี้ ได้กำไรประมาณ สองหมื่นกว่าบาท มีความพึงพอใจมากและวางแผนปลูกในรอบต่อไป ทั้งนี้ ได้แนะนำญาติ อีก 2 รายเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย ส่วนความรู้ที่ได้รับจาการเรียนการปลูกข้าวโพดหวานและนำไปใช้ประโยชน์ คือ การใช้ปุ๋ยหมัก ที่ใช้ใบลำไยและมูลวัว หมักแบบไม่กลับกอง เมื่อนำไปใช้ในการปลูกข้าว พบว่า ข้าวแตกกอมากขึ้น พุ่มใหญ่ รวงข้าวใหญ่ เมล็ดข้าวสมบูรณ์ จึงได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น จากเดิม 3,000 กิโลกรัม/3 ไร่ เป็น 5,000 กิโลกรัม/3 ไร่
ในส่วนผู้เรียนอีกกลุ่มคือกลุ่มผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่อาศัยตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จำนวน 4 คน ได้แก่ 1) นายประเสริฐ ทวีกิจสถาพร อายุ 33 ปี มีอาชีพปลูกเสาวรส หัวไชเท้า มีพื้นที่ปลูกประมาณ 2 ไร่  2) นายประยูร สุวรรณสันติไชย อายุ 20 ปี อาชีพปลูกเสาวรส กาแฟ มะม่วง และข้าว มีพื้นที่ปลูกประมาณ 8 ไร่ 3) นายนวพล ไพสณหรรษา อายุ 18 ปี อาชีพปลูกเสาวรส ดอกไม้ ข้าว และหัวไชเท้า มีพื้นที่ปลูกประมาณ 2 ไร่ และ4) นายอินทนนท์ ดุโจดต๊ะ อายุ 18 ปี อาชีพปลูกดอกเยบีร่า และหัวไชเท้า มีพื้นที่ปลูกประมาณ 3 ไร่ จากการสัมภาษณ์ผู้เรียนทั้ง 4 คน พบว่าผู้เรียนกลุ่มนี้ใช้ความรู้เรื่องปุ๋ยหมักมาใช้ แต่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการยังไม่ปรากฏผลการใช้
นอกจากนี้ยังมีผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่องซึ่งเป็นญาติของนางวาริน บุญมานันท์ คือนายอำพล บุญมานันท์ อายุ 59 ปี อาศัยอยู่ตำบลบ้านกาด อำเภอแม่วาง ได้รับการแนะนำให้เข้าเรียนรู้หลักสูตรระยะสั้นด้านเกษตรกรรมสู่ Smart Farmer และนำมาปลูกพืชผักต่าง ๆ โดยได้นำความรู้ต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ ได้แก่ ปุ๋ยหมักไม่กลับกอง ระบบน้ำแบบเปิด ปิดอัตโนมัติ การใช้เชื้อราในการควบคุมคุณภาพ จากการการสังเกตพบว่า ผักกาด ผักชี มีลำต้น ใบ อวบ สะอาด สีเขียวใส